รูปแบบการพัฒนาโลจิสติกส์ในอนาคต Print
Thursday, 29 July 2010 06:00
          ดร.พงษ์ธนา วณิชย์กอบจินดา          ผอ. CEO-MBA in Logistics Management มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
          McKinsey & Company ได้ศึกษาเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศซึ่งได้มีการพยากรณ์ไว้ว่าในปี 2020 มากกว่า 80% ของสินค้าที่มีการบริโภคอยู่ในโลกนี้จะถูกผลิตในที่แตกต่างจากที่ที่บริโภค จากความต้องการในการบริโภคและการผลิตที่มากจากสถานที่ที่แตกต่างกัน จะทำให้เห็นได้ว่าธุรกิจโลจิสติกส์ จะเห็นได้ระบบโลจิสติกส์เป็นตัวกลางสำคัญสำหรับการค้าโลกนี้ ซึ่งจะสรุปได้ว่า การขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์นั้นจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยผลักดันในการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่โลจิสติกส์นั้นเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันและทำให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเจริญก้าวหน้า
          จากการค้าระหว่างประเทศดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ในฝั่งของภาคการผลิตซึ่งเป็นกลุ่มฐานการผลิตหลักของโลก และเป็นการผลิตแบบลักษณะการรับจ้างผลิตแบบไม่มีตราสินค้าเป็นของตัวเอง (Origianl Equipment Manufacturer : OEM) อันได้แก่ ประเทศจีน อินเดีย หรือ แม้กระทั่งประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม มาเลเซีย ที่มีปริมาณการผลิตสินค้าไปยังกลุ่มประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะประเทศทางตะวันตก รวมถึงมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกับปริมาณสินค้าในการขนส่งดังกล่าวด้วย แต่อีกฟากซึ่งได้ประเทศผู้ซื้อสินค้าซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งประเทศกลุ่มนี้ได้มุ่งเน้นในการพัฒนา Technology & Knowhow เพื่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม มากกว่ากระบวนการผลิต ซึ่งประเด็นในด้านการให้ความสำคัญในด้านคุณภาพชีวิต และสิ่งแวด ล้อมนั้น ได้ส่งผลถึงประเทศในด้านฝั่งการผลิตที่จะต้องให้ความสำคัญในการทั้งด้านกระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และที่สำคัญในเรื่องของการขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะระบบการขนส่งและโลจิสติกส์นั้น ที่เป็นอันรู้กันว่าเป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง เช่น น้ำมัน และก๊าซ โดยเฉพาะภาคการขนส่งได้ทำให้เกิดมลพิษโดยมีการปลดปล่อย Green House Gas (GHG) ออกมามากถึง 13.5% จากปริมาณของ  GHG ทั้งหมด (World Resource Institute)
          ดังนั้น จะเห็นได้จากการแข่งขันทางการค้าโดยเฉพาะภาคการผลิตของประเทศในเอเซียได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกขณะ ทั้งในด้านการเพิ่มกำลังการผลิต การแข่งขันในด้านต้นทุน ซึ่งประเทศเหล่านี้ไม่ได้มีตราสินค้าเป็นของตัวเอง และยังได้รับผลกระทบในด้านมาตรการสิ่งแวดล้อมจากประเทศผู้ซื้อจากประเทศตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป และอเมริกา
          ดังนั้น การพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์นั้นถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและการค้าของประเทศ ผู้ผลิต ซึ่งในอดีตการพัฒนาโลจิสติกส์นั้นมุ่งเน้นเพียงแค่การจัดส่งที่รวดเร็ว และการบริการที่ดีของแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่สำหรับการแข่งขัน อนาคต ควรมีการพัฒนาในด้านการจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วได้ถึงระดับครัวเรือนโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นภาคที่มีสัดส่วนของการเจริญเติบ  GDP ที่สูง และเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการจ่าย ซึ่งเป็นแรงผลักดันในด้านการค้าในลำดับต้นๆ--จบ--

          --ทรานสปอร์ต เจอร์นัล  ประจำวันที่ 26 ก.ค. - 1 ส.ค. 2553--