| 25เม.ย.เคาะค่าโดยสารใหม่ รถร่วมขสมก.ขึ้น2บาท-แท็กซี่15% |
|
| Tuesday, 27 March 2012 05:38 | ||||
|
คมนาคม : คณะกรรมการขนส่งทางบกเตรียมเคาะค่าโดยสารใหม่ 25 เมษายน โดยรถร่วม ขสมก. ขอขึ้นระยะทางละ 2 บาท รถสองแถวจาก 5.50 บาท เป็น 8 บาท ส่วนแท็กซี่ขอปรับ 15% นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังผู้ประกอบการรถสองแถวและรถร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารว่าคงต้องพิจารณาปัจจัย รอบด้านที่มีผลต่อการประกอบการรถโดยสารว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่ยื้อการปรับค่าโดยสาร แต่การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารหรือไม่นั้นจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งจะมีการประชุมชี้ขาดเรื่องค่าโดย สารในวันที่ 25 เมษายน 2555 นี้
นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมรถร่วม ขสมก. กล่าวว่า ในเวลานี้จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราค่าโดย สาร โดยจะรอฟังผลในวันที่ 25 เมษายนก่อน ทั้งนี้ ได้ขอปรับขึ้นระยะทางละ 2 บาท ด้านนายฉัตรชัย ภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถสองแถว กล่าวว่า ได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาจาก 5.50 บาท เป็น 8 บาท เนื่องจากรถสองแถวในกรุงเทพฯทั้งหมดใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่มีมติขอปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มต้นกิโลเมตรที่ 0-1 อัตรา 35 บาท จาก นั้นกิโลเมตรที่ 1-50 เพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 12 ส่วนกิโลเมตรที่ 51-150 เพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 8 และมากกว่า 151 กิโลเมตรเป็นต้นไป คิดอัตราสูงสุดร้อยละ 15 นอกจากนี้จะเสนอให้ปรับลดจำนวนรถแท็กซี่ในระบบที่ปัจจุบันวิ่งให้บริการกว่า 75,000 คัน ให้ลดลงเหลือ 50,000-60,000 คัน--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ คมนาคมยัน25เม.ย.รู้ค่าโดยสารรถชนิดไหนขึ้นเท่าไหร่ คมนาคม โพสต์ทูเดย์ -"ชัชชาติ" นัดผู้ประกอบการรถสองแถว-รถร่วมขสมก. หารือต้นทุนสัปดาห์นี้ คาดสรุปค่าโดยสาร 25 เม.ย.นี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้หารือกับตัวแทนชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชนกรุงเทพฯ (รถสองแถว) และสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน หรือผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เบื้องต้นโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกัน โดยต้นทุนรถสองแถวร่วมเป็นน้ำมันดีเซล แต่รถร่วมขสมก.เป็นก๊าซเอ็นจีวี ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ในสัปดาห์นี้จะเชิญตัวแทนทั้งสองกลุ่มหารืออีกครั้งและจะเสนอเข้าคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง วันที่25 เม.ย.นี้ "วันที่ 25 เม.ย. จะได้คำตอบชัดว่าจะมีการอนุมัติให้ผู้ประกอบการกลุ่มใดปรับหรือไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร คงไม่ยืดเยื้ออีกต่อไปเพราะบางกลุ่มเดือดร้อนจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มรถสองแถวที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเรื่องนี้จะสอบถามไปยัง รมว.พลังงาน เพื่อขอความชัดเจนว่ามีนโยบายที่จะชดเชยราคาก๊าซเอ็นจีวีต่อไปหรือไม่อย่างไร" นายชัชชาติ กล่าว ด้านนายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า จะรอผลสรุปของคณะกรรมการและยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้ เนื่องจากนายชัชชาติรับปากว่าจะดูแลเรื่องค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม แต่ในความเห็นเบื้องต้น รถร่วม ขสมก.มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเพราะภาระต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นมาก นายฉัตรไชย ภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รถสองแถวได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันดีเซล ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก 600 บาท/วัน/คันเป็น 1,000 บาท/วัน/คัน ส่วนค่าจ้าง 300 บาท ทำต้นทุนเพิ่มอีกเดือนละ 1,000 บาท นายวิฑูรย์ แนวพานิช แกนนำกลุ่มสหกรณ์รถแท็กซี่ กล่าวหลังประชุมกับสมาชิกว่า ที่ประชุมมีมติขอขึ้นเริ่มต้นกิโลเมตร 0-1 ที่ 35 บาท กิโลเมตร 1-50 ขึ้น 12% กิโลเมตร 51-150 ขึ้น 8% และมากกว่า151 กิโลเมตร ขึ้น 15%--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คมนาคมยอมรับหมดทางยื้อ เคาะขึ้นค่าโดยสาร25เม.ย. คมนาคมยอมรับหมดทางยื้อ ชี้ขาดขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท 25 เม.ย.นี้ ชัชชาติ ห่วงรถสองแถวได้รับผลกระทบมาก เหตุใช้ดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ด้านผู้ประกอบการแจงผลศึกษาทีดีอาร์ไอปี 52 ชี้ต้นทุนเดินรถอยู่ที่ 12.73 บาทต่อ กม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับตัวแทนชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ หรือรถสองแถว และสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วานนี้ (26 มี.ค.) ว่า จากการหารือพบว่าโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกัน โดยรถสองแถวใช้น้ำมันดีเซล ขณะที่รถร่วมบริการ ขสมก.ใช้ก๊าซเอ็นจีวี จึงต้องเชิญตัวแทนผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มมาหารือรายละเอียดผลกระทบด้านต้นทุนอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนั้น จะต้องศึกษาผลกระทบและแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกมิติ โดยจะนำผลการหารือเสนอให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งจะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะอนุมัติให้ผู้ประกอบการกลุ่มใด ปรับหรือไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร คงไม่สามารถยื้อต่อไปได้อีก เพราะบางกลุ่มเดือดร้อนจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มรถสองแถวที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันราคาลิตรละ 33 บาท ขณะที่รถร่วม ขสมก. คงพอรับภาระได้ เพราะรัฐบาลยังชดเชยราคาเอ็นจีวีอยู่ แต่ต้องสอบถามกระทรวงพลังงานว่ามีนโยบายชดเชยราคาเอ็นจีวีต่อไปหรือไม่อย่างไร นายชัชชาติ กล่าว ด้านนายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า จะรอผลสรุปการประชุมวันที่ 25 เม.ย.นี้ และในช่วงนี้จะยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ส่วนตัวเห็นว่ารถร่วมบริการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร เพราะภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก ทั้งราคาเอ็นจีวี และค่าแรง 300 บาท รวมถึงค่าอะไหล่ต่างๆ ต้นทุนเดินรถเพิ่มเป็นวันละ 1 พันบาท นายฉัตรไชย ภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชน กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รถสองแถวได้รับผลกระทบมากจากราคาน้ำมันดีเซล โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1,000 บาทต่อคัน จาก 600 บาท ส่วนค่าแรงขั้นต่ำซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300 บาทตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,000 บาทต่อคน ภาครัฐจึงควรอนุมัติให้รถสองแถวปรับขึ้นค่าโดยสาร สำหรับต้นทุนการประกอบการของผู้ประกอบการรถโดยสารตามผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในปี 2552 ระบุว่า รถโดยสารปรับอากาศมีต้นทุนประกอบการเดินรถ 12.53 บาทต่อ กม. แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่ง เช่น ค่าน้ำมัน เงินเดือน 7.53 บาทต่อ กม. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวรถ เช่น ค่าซ่อมตัวถังและบำรุงรักษารถยนต์ ค่าสึกหรอ 3.02 บาทต่อ กม. และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ 2 บาทต่อ กม. ส่วนรถโดยสารธรรมดา มีต้นทุนการประกอบการเดินรถรวม 19.02 บาทต่อ กม. แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่ง 15.20 บาทต่อ กม. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวรถ 2.07 บาทต่อ กม. และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ 1.81 บาทต่อ กม. และรถสองแถว มีต้นทุนการประกอบการเดินรถรวม 12.73 บาทต่อ กม. แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่ง 8.75 บาทต่อ กม. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวรถ 1.73 บาทต่อ กม. และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ 2.27 บาทต่อ กม. ในปี 2552 ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 23.99 บาท ค่าโดยสารรถสองแถวอยู่ที่ 5.50 บาท ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มเป็นลิตรละ 32.33 บาท แต่ค่าโดยสารรถสองแถวยังเป็นราคาเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นายฉัตรไชย กล่าว ขอปรับราคาอย่างน้อย 2 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถสองแถวอย่างน้อย 2 บาท ประกอบด้วย 1.รถสองแถว ขนาด 4 ล้อ และ 6 ล้อ เพิ่มขึ้นเป็น 8 บาท จาก 5.50 บาท 2.รถสองแถวขนาดใหญ่ (บัส) ปรับอากาศ เพิ่มตามระยะทางคือ 13-21 บาท จาก 10 บาทตลอดสาย และ 3.รถสองแถวขนาดใหญ่ (บัส) ไม่ปรับอากาศ เพิ่มเป็น 10 บาท จาก 8 บาท และขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท ให้กับผู้ประกอบการที่เปลี่ยนรถใหม่ป้ายแดงมาให้บริการ เช่นเดียวกับโครงการรถยนต์คันแรก และขอให้ยกเว้นภาษีทุกชนิดทุกประเภทกรณีที่นำรถโดยสารป้ายแดงจากต่างประเทศมาจดทะเบียนเป็นรถโดยสารภายในประเทศ รวมทั้งจัดหาสถาบันการเงินให้ผู้ประกอบการ นอกจากนั้น ยังเสนอให้กระทรวงทบทวนเส้นทางเดินรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งจะปรับเส้นทางเป็น 155 เส้นทาง เพื่อรองรับรถโดยสารใหม่ใช้เอ็นจีวีที่ ขสมก.จะนำมาให้บริการกว่า 3,000 คัน เพราะเส้นทางที่กำหนดใหม่ทับเส้นทางเดินรถสองแถว แท็กซี่ยื่นหนังสือจี้ปรับค่าโดยสาร ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช แกนนำกลุ่มสหกรณ์รถแท็กซี่ เปิดเผยว่า วันนี้ (27 มี.ค.) กลุ่มจะยื่นหนังสือต่อนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอขอปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพและราคาพลังงานในปัจจุบัน โดยอัตราเริ่มต้นคงเดิมคือ 35 บาท และกิโลเมตรที่ 1-50 เพิ่มขึ้นสูงสุด 12% กิโลเมตรที่ 51-150 เพิ่มขึ้นสูงสุด 8% และตั้งแต่กิโลเมตรที่ 151 คิดอัตราสูงสุด 15% รวมทั้งจะเสนอให้กระทรวงปรับลดจำนวนรถแท็กซี่ให้เหลือ 5-6 หมื่นคัน จากปัจจุบัน 7.5 หมื่นคัน--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
|
||||
| Last Updated ( Tuesday, 27 March 2012 05:45 ) | ||||


