| ระบบป้องกันทำงาน100% เมืองกรุงน้ำท่วมแค่15จุด...เลี่ยงรถติด |
|
| Monday, 17 October 2011 06:20 | ||||
|
ประพิม เก่งกรีฑาพล/รายงาน วิกฤติการณ์น้ำท่วมของไทย นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและส่งผล กระทบต่อประชาชนในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งมีประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น เมื่อต้องประสบกับปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน ทั้งเรื่องข่าวสนอลหม่าน ทังเรืองข่าวลือน้ำจะทะลักท่วมจุดนั้นจุดนี้ และที่หนีไม่พ้นแน่ ๆ คือ ปัญหาการจราจรติดขัด
แม้น้ำเหนือที่ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา หรือคู คลองต่าง ๆ จากจังหวัดในนที่ราบลุ่มภาคกลาง ที่กำลังประสบปัญหาน้ำน้ำท่วมอย่างหนักขณะนี้ จะส่งผลั้ส่กระทบต่อถนนหนทางเฉพาะในเขตปริมณฑล อย่างจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี ทำให้มีน้ำเอ่อท่วมขังในหลายสาย จุดที่ต่ำมาก ๆ บางจุด มีน้ำท่วมสูงถึง 60 ซม. ทำให้รถเล็กผ่านลำบาก การจราจรติดขัด แต่ถนนในเขตกรุงเทพฯ พื้นที่ชั้นใน จะไม่ได้รับผลกระทบนั้น เนื่องจาก กทม. ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อกั้นน้ำจากพื้นที่รอบนอกเข้าสู่คลองในกรุงเทพฯ แถมยังทำคันกั้นน้ำอย่างหนาแน่น วางระบบป้องกัน สถานี เครื่องสูบน้ำ ทุกจุดไม่ให้มีน้ำเล็ดลอดผ่านเข้าเมืองได้ จะมีก็แต่พื้นที่รอบนอกแนวคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออก และชาวบ้านนอกเขื่อนริมเจ้าพระยา ที่ต้องเดือดร้อนเจอกับน้ำท่วมขัง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเพราะรับสภาพเช่นนี้มานานแล้ว แต่ถึงจะป้องกันน้ำเข้าเมืองหลวงดีแค่ไหน พื้นที่กรุงเทพฯ ก็ยังมีจุดอ่อน ที่สามารถประสบปัญหาน้ำท่วมขังถนนได้ตลอดเวลา จากปริมาณฝนที่ถล่มลงมา หากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เกินกว่า 60 มม. ต่อชั่วโมง คนกรุงก็จะได้เดินหรือ ขับรถลุยน้ำกันอย่างแน่นอน สำหรับถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มัที่มักมีน้ำท่วมขังเป็นประจำหลังฝนตกหนัก ๆ มีหลายจุด จากข้อมูลตกของกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.ขอจร.) มีอยู่หลายสายที่คุ้นเคยกันจรดีดีประมาณ 8 จุด ได้แก่ 1. ถนนรัชดาภิเษก บริเวณคลองบางน้ำแก้ว หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค 2. ถนนลาดพร้าว จากคลองลาดพร้าว-บางกะปิ และตามซอยต่าง ๆ 3. ถนนรามคำแหง 4. ถนนงามวงศ์วาน บริเวณหน้าเรือนจำ และช่วงตลาดพงษ์เพชร ซอยชินเขต 5. บริเวณแยกวงเวียนบางเขน ที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามแยก เนื่องจากท่อระบายน้ำอุดตัน 6. ถนนเกษตร-นวมินทร์ 7. ถนนศรีนครินทร์ ที่มีโครงการก่อสร้างขยายถนน 8. ถนนพหลโยธิน บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ หรือถ้าเลยพื้นที่ไปหน่อย บนถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าห้างเซียร์ รังสิต จะเห็นว่าฝนตกทีไร ถนนบริเวณนั้นทั้ง 2 ฝั่ง แทบจะกลายเป็นคลองเลยทีเดียว นอกจากข้อมูลจาก บก.จร. ในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สำรวจพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในยังพบว่า มี 15 จุดเสี่ยงเกิดสภาวะน้ำท่วม ได้แก่ 1. เขตสาทร ย่านถนนจันทร์ เซนต์หลุยส์ สาธุประดิษฐ์ 2. เขตพญาไท ถนนพหลโยธิน ช่วงคลองสามเสน-คลองบางซื่อ 3. เขตพระโขนง ถนนสุขุมวิท จากคลองพระโขนง-ซอยลาซาล 4. เขตวัฒนา ซอยสุขุมวิท 39 และ 49 5. เขตวังทองหลาง ถนนลาดพร้าว จากคลองลาดพร้าว-ห้างเดอะมอลล์ 6. เขตบึงกุ่ม ถนนนวมินทร์ จากคลองดอนอีกา-แยกถนนประเสริฐมนูกิจทั้งสองฝั่ง 7. เขตดินแดง ถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโรบินสัน 8. เขตจตุจักร ถนนรัชดาภิเษก แยกลาดพร้าว 9. เขตราชเทวี ถนนเพชรบุรี จากถนนบรรทัดทอง-แยกราชเทวี 10. เขตราชเทวี ถนนนิคมมักกะสัน 11. เขตราชเทวี ถนนพระรามที่ 6 หน้าตลาดประแจจีน 12. เขตบางแค ถนนเพชรเกษม ซอย 63 (ซอยวัดม่วง) 13. เขตยานนาวา ถนนเย็นอากาศ จากถนนนางลิ้นจี่- ซอยศรีบำเพ็ญ 14. เขตประเวศ ถนนศรีนครินทร์ ช่วงคลองตาสาด-คลองตาช้าง และ 15. เขตพระนคร ถนนสนามไชยและถนนมหาราช จะเห็นว่าจากข้อมูลของทั้ง 2 แหล่ง มีความใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชั้นในที่มีความอ่อนไหวในเรื่องการจราจรเป็นอย่างมาก หลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดได้ยาก ซึ่ง พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รับผิดชอบงานจราจร เปิดเผยว่า สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกนาย เตรียมพร้อมเข้าคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อแจ้งให้ผู้รับผิดชอบแต่ละจุดรับทราบข้อมูลตลอดเวลา และให้รอง ผกก.จร. และ สว.จร.ทุกท้องที่ ลงพื้นที่ประสานงานและสั่งการทำงานทุกครั้งที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนถนน เพื่อให้สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะมีน้ำท่วมขังจุดใด เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกจุดใดมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังสั่งการให้แต่ละท้องที่จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ข้อความ "ระวังข้างหน้าน้ำท่วม" เพื่อนำไปติดก่อนถึงจุดที่มีน้ำท่วม ให้ผู้ขับขี่ทราบข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัดและรถต้องจอดเสียจากการเข้าลุย ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ถนนวิภาวดีรังสิตเมื่อช่วงคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ทั้งนี้ยังมีคำสั่ง ว.8 แจ้งตำรวจจราจรทุกท้อง ที่ห้ามตั้งกวดขันวินัยจราจรช่วงกลางวัน ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยให้เป็นการอำนวยความสะดวกจราจรในจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังแทน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย นอกจากนี้ได้จัดจราจร 50 นาย ไปช่วยงาน บช.ภ.1 ใน จ.นนทบุรี และปทุมธานี ที่มีปัญหาน้ำท่วม อย่างไรก็ตามยังให้ตั้งเวลากลางคืนตามปกติ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม และหากพบเหตุการณ์ทำผิดกฎจราจรซึ่งหน้าก็สามารถจับกุมได้ทันที ถ้าระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองกรุงเป็นไปตามแผนทุกประการ คนกรุง ก็แค่ผจญน้ำท่วม 15 จุดดังกล่าว.--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|
||||


