| รถไฟสีแดง'บางซื่อ-รังสิต'ส่อวุ่นค่าก่อสร้างบาน-ยืดก่อสร้างปี55 |
|
| Monday, 17 October 2011 06:15 | ||||
|
ASTVผู้จัดการรายวัน - รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตเจอสารพัดปัญหา คาดก่อสร้างได้ปี 55 หลังผู้รับเหมาเสนอค่าก่อสร้างเกินกรอบและที่ปรึกษาคุมงานเหลือรายเดียว ส่อไม่มีการแข่งขัน ร.ฟ.ท.รอไจก้าเคาะก่อนเดินหน้า"ยุทธนา" เผยอาจต้องชง ครม.ขอเพิ่มกรอบวงเงิน เร่งสรุปผลประมูลสัญญา 1 ในต.ค.นี้ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตรว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอองค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศไทยแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ให้ความเห็นชอบผลการประมูลสัญญาที่ 1 (งานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง) ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าSU ประกอบด้วยบมจ.ซิโนไทย-เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่นและบมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่นเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดแต่ราคายังสูงกว่ากรอบงบประมาณซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ที่ 27,170 ล้านบาท
ดังนั้น หากไจก้าให้ความเห็นชอบร.ฟ.ท.ต้องเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอครม.ขอปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้าง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในปี 2555 นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างโครงการ(CSC)ด้วย เนื่องจากมีผู้ผ่านการ Short List เพียง 2 รายและพบว่าอาจจะเหลือเพียง 1 รายที่มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอ ซึ่งต้องหารือไจก้าว่าจะดำเนินการอย่างไรอีกด้วย ทั้งนี้ ยอมรับว่าทั้งปัญหาค่าก่อสร้างที่สูงกว่ากรอบที่ ครม.อนุมัติและการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีจำนวนน้อยทำให้การก่อสร้างโครงการล่าช้ากว่าแผนมาก แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง (CSC) โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อรังสิต ได้ทำหนังสือหารือไปยังไจก้า เพื่อให้พิจารณากรณีที่กลุ่ม AEC Consortium มีบริษัท2 รายในกลุ่มขอถอนตัวทำให้คุณสมบัติของกลุ่มไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จะถือว่าขาดคุณสมบัติในการยื่นข้อเสนอคัดเลือกในวันที่3พ.ย. 2554 หรือไม่ และหากเหลือผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอรายเดียวจะถือว่าเป็นการแข่งขันหรือไม่ เนื่องจากกลุ่ม AEC ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการคัดเลือกฯ ขอความเป็นธรรมกรณีที่มีบริษัท 2 รายในกลุ่มขอถอนตัวทำให้คุณสมบัติของกลุ่มไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการยื่นข้อเสนอคัดเลือก โดยระบุว่าการถอนตัวดังกล่าวมีเจตนาที่จะทำให้มีผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาที่ผ่านการ Short List เพียง 2 กลุ่ม ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการแข่งขันในด้านเทคนิคและราคาเกิดความไม่เป็นธรรมและทำให้ร.ฟ.ท.เสียโอกาสในการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด "คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยยึดระเบียบและเงื่อนไขของ (ไจก้า) ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้เป็นหลักพบว่ากรณีของ กลุ่ม AEC สามารถตีความได้ทั้งขาดคุณสมบัติไม่มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอและไม่ขาดคุณสมบัติมีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอ นอกจากนี้หากถูกตัดสิทธิ์จะทำให้เหลือผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอรายเดียว จะถือว่ามีการแข่งขันหรือไม่และขั้นตอนการ Short List ที่ผ่านมาถือว่าเป็นการแข่งขันแล้วหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องหารือกับไจก้า เพื่อพิจารณาหาข้อยุติ" แหล่งข่าวกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดกลุ่มกิจการร่วมค้า SU ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดสัญญาที่ 1 ยอมปรับลดค่าก่อสร้างลงจาก 34,650 ล้านบาทเหลือ 31,170 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ากรอบราคากลางที่ 31,173 ล้านบาทแล้ว ส่วนสัญญาที่ 2 (งานโยธาสำหรับทางรถไฟ) ระยะทาง 21 กิโลเมตร มูลค่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ยื่นซอง3 ราย คือ 1.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์2.บมจ.ช.การช่าง และ 3.กิจการร่วมค้า SU จะเปิดซองราคาได้เมื่อสรุปผลสัญญาที่ 1 ก่อนส่วนสัญญาที่ 3 (งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลรวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าทั้งช่วงบางซื่- รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) มูลค่า 26,272 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอความเห็นไจก้าเรื่องคุณสมบัติของผู้ยื่นซอง 4 ราย--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน
|
||||


