Home
จับรถทางด่วน 'ต้องเร็วแค่ไหน' Print
Thursday, 21 March 2013 05:34
คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556
          อังกูร ตะวันวง
          หลายคนที่ใช้เส้นทางด่วน หรือทางพิเศษในกรุงเทพมหานคร คงเคยเห็นป้ายจำกัดความเร็ว "80 กิโลเมตร/ชั่วโมง" บนทางด่วนบ่อยครั้ง แต่ในความเป็นจริงจะพบว่า ไม่ว่าใครก็ใช้ความเร็วเกินจากที่กำหนดไว้ทุกคน เพราะมิฉะนั้นท่านอาจถูกเพื่อนร่วมทางบนทางด่วนยกไฟสูงไล่ หรือขับรถจี้ตูดในระยะกระชั้นชิดโดยไม่สนว่า คุณจะขับรถอยู่เลนซ้ายหรือขวา ซึ่งหากดูจากป้ายจำกัดความเร็วดังกล่าวเชื่อว่า ผู้ใช้รถบนทางด่วนอาจมีคำถามคาใจที่ต้องการคำตอบว่า เราจะต้องใช้อัตราความเร็วในระดับไหนที่จะถือว่า ทำผิดกฎจราจรถึงขั้นที่ตำรวจต้องดำเนินคดีแจกใบสั่ง
          ปล่อยให้คำถามติดอยู่ในใจทุกครั้งที่ขึ้นทางด่วน แต่ลืมไปทุกครั้งเหมือนกันเมื่อลงทางด่วนเช่นกัน กระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ออกมาแถลงข่าวใหญ่โตว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตำรวจ สน.ทางด่วน 1 และสน.ทางด่วน 2 จะดำเนินการกวดขันวินัยจราจรกับผู้ที่ขับขี่รถเร็วเกินกว่ากำหนดอย่างเคร่งครัด หลังจากโครงการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วบนทางด่วนขั้นที่ 1 และทางด่วนขั้นที่ 2 ตามจุดต่างๆ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเสร็จเรียบร้อย โดยกล้องรุ่นใหม่เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงที่สามารถตรวจจับได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังถ่ายภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงในการใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ด้วยการส่งหมายไปดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ถึงบ้านในระบบออนไลน์ทั่วประเทศ
          ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไปปรากฏว่า ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบนทางด่วนออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโลกของชาว โซเชียลมีเดีย ต่างออกมาตอบโต้มาตรการดังกล่าวอย่างถึงพริงถึงขิงว่า บก.จร.ใช้มาตรการอะไรในการตรวจจับปรับ โดยเฉพาะการกำหนดความเร็วไว้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นเชื่อว่า ทุกคนที่ขับรถบนทางด่วนคงต้องโดนจับกันหมด หรือแม้กระทั่งเสียงกระทบกระเทียบเช่น "คงต้องคลานไปถึงจะไม่ถูกจับ" หรือบางรายบอกว่า เมืองไทยมีด้วยหรือรถบนทางด่วนขับต่ำกว่า 80 เห็นแต่เหยียบกันจมคันเร่งเกือบทุกคัน หรือแม้กระทั่งเสียงเปรียบเปรยจากผู้ที่โดนใบสั่ง "เมื่อวานเพิ่งจะได้รับจดหมายเรียกค่าปรับ "ตรวจจับความเร็ว" ตั้ง 1,000 นึงแถวๆ ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ งงจังบอกขับเลย 120 แต่เห็นทุกคนก็ขับกันไม่ต่ำกว่านี้นะเห็นซึ่งเสียงบ่นจากทุกเสียงพออนุมานเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบว่า บก.จร.ใช้มาตรฐานอะไรมาบังคับใช้กฎหมายกับเรา
          ทั้งนี้เพื่อให้ข้อสงสัยทุกอย่างเกิดความกระจ่าง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร ได้ออกมาชี้แจงข้อข้องใจดังกล่าวอย่างละเอียดต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า หากว่ากันตามกฎหมายจริงๆ ใครที่ขับรถบนทางด่วนเกิน 80 กิโลเมตร ถือว่าทำผิดกฎหมาย แต่ตำรวจได้ผ่อนผันในกรณีนี้ โดยจะเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ขับรถเร็วเกินกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจาก 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือเพดานความเร็วที่กองบังคับการตำรวจจราจรตั้งไว้สำหรับผู้ใช้ทางด่วนในเขตกรุงเทพมหานคร
          "ความเร็วที่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถือเป็นการผ่อนผันจากกฎจราจร ซึ่งตัวเลขความเร็วนี้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ติดกล้องจับความเร็วตลอดเส้นทาง ซึ่งเพดานความเร็วนี้ถือเป็นการสร้างความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้เดินทาง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากตัวเลขนี้เป็นอัตราความเร็วที่ได้จากการศึกษาวิจัยของนักวิศวกรรมจราจร โดยเป็นจุดกึ่งกลางของความรวดเร็ว และปลอดภัย แต่เมื่อมีการยืดหยุ่นให้แล้ว หากยังฝ่าฝืนจะถูกปรับตามอัตราโทษสูงสุด 1,000 บาท โดยไม่ได้รับการลดหย่อน" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวชี้แจง
          อย่างไรก็ตามหลังมาตรการดังกล่าวเริ่มเดินเครื่อง "คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมข้อมูลสถิติการตรวจจับความเร็วบนทางด่วนที่กองบังคับการตำรวจจราจรรับผิดชอบว่า เพียงแค่เดือนมกราคม พ.ศ.2556 มีผู้ฝ่าฝืนมากกว่า 7,000 ครั้ง ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นเรื่องน่าห่วงที่ไม่อาจมองข้าม เพราะคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยความอันตรายที่เกิดขึ้นยังไม่รวมถึงปัจจัยภายในที่อาจมาจากความประมาท คึกคะนอง และความมึนเมา ดังนั้นหากทุกฝ่ายรวมแรงร่วมใจ ปฏิบัติตามกฎำหมาย และวินัยจราจรอย่างเคร่งครัดด้วยความเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมเส้นทาง เชื่อว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงบนท้องถนนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงวันนั้น สิ่งที่เรามานั่งถกเถียงกันในวันนี้ในเรื่องความเร็วเท่าใดคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอีกต่อไป...